Translate

วันเสาร์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

การเปลี่ยนวิทยุรถยนต์เอง

สวัสดิ์ครับ หลายๆคนอาจจะมองว่า การทำเครื่องเสียงรถยนต์เองนั้น "ยาก" และสำหรับบ้างก็คนก็ "ง่าย" วันนี้ผมจะมาให้ความรู้เกี่ยวกับเครื่องเสียงถยนต์ กันก่อนที่จะ ทำกันจริงๆจังๆ นะครับ


มาเริ่มกันที่เครื่องเล่นกันก่อนเลยนะครับ
       เครื่องเล่นนั้นเป็นสวนสำคัญมากอย่างหนึ่งเลยก็ว่าได้ สำครับเครื่องเสียงรถยนต์ครับ เพราะไอ่เจ้าเครื่องเล่นนี้แหละครับ เป็นตัวที่ อ่านเพลง และจ่าย สัญญาณเสียงไปให้กับลำโพง ละ พาเวอร์แอมป์ ครับ

          ในปัจจุบันเครื่องเล่น ได้มีมากมายหลายแบบ และหลายยี่ห้อ แต่ละยี่ห้อ ก็มีจุดเด็นเป็นของตัวเองแต่ การที่เราจะเลือกใช้นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าชอบแบบไหน หรือเอาง่ายๆ ยี่ห้อดี เสียงก็ดีตาม ไปนั้นเองครับ

        ออกนอกเรื่องไปนาน กลับมาเข้าเรื่องของเรากันนะครับ คือเมื่อ ต้องการที่จะเปลี่ยน เครื่องเล่นเสียงในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นของเดิมติดรถ หรือ เปลี่ยนมาแล้ว   อยากเปลี่ยนใหม่  ก็ทำได้ เหมือนกันครับอุปกรณ์ มี 5 อย่าง นะครับที่สำคัญๆ  คือ 1.มิเตอร์วัดไฟ  2.ไขขวงแฉก และ แบน 3. ประแจ เบอร์10 4.มีดคัดเตอร์ 5.สก๊อตเทปดำ   จากนั้น เรามาเริ่มกันที่ เครื่องเล่นใหม่ที่เรานำมา จะมีสายไฟมาให้ครับสายไฟหลายๆสีหลายๆเส้น เหล่านี้ มีความสำคัญทุกเส้นนะครับ(อิอิแอบเน้น)  ทุกเส้นจะมีกระดาษเขียนข้อความติดไว้นะครับ หรือหากไม่มี ก็จะติดที่ ด้านบนของตัวเครื่องเล่นครับ ผมพูดไปอาจจะยังไม่เห็นภาพ เราก็จัดให้

แบบติดบนหลังเครื่องครับ
     
จากนั้นเราก็ดูว่าแต่ละสายเป็นอะไรก่อนครับ จากนั้น เราก็มาเริ่มกันที่ เครื่องเล่นเดิมติดรถนะครับ เครื่องเดิมติดรถหากเป็นของเดิมๆ เลยนั้น ถอดยาก หน่อยนะครับ จะมี น๊อตอยู่ เยอะครับ และัสายไฟด้านหลังที่ มากมาย เอาเป็นว่า แต่ละรุ่น สายไฟแต่ละเส้นที่ต่ออยู่ นั้น เราจะไม่สามารถ รู้ได้เลย ครับว่าเป็น สายไหน อาจจะยังไม่เห็นภาพก็จัดไปอีกรูป ครับเดิมของรถ
แบบนี้เป็นสายไฟเดิมโตโยต้าครับ

เมื่อเราเอาเครื่องเล่นเดิมออกมาได้จะอยู่ในลักษณะนี้นะครับ คำถามคือเราจะรู้ได้ไงว่า สายไหนเป็นอะไรใช่ไหม ครับ นำมิเตอร์ มาวัดครับ โดยตั้งมิเตอร์ไปที่ DCV 50 v ครับ 

เพื่อหาสายไฟเลี้ยงนำสายสี ดำแตะกับโครงเหล็กรถครับ แล้วใช้สายสีแดงวัด(ให้แตะที่หลังปลั๊ก)ดูทีละเส้นเลยนะครับ(เปิดสวิทซ์ที่คอรถให้เปิดวิทยุได้นะครับ แต่ไม่ต้องเปิดวิทยุ) จากนั้น เราจะได้ มา อยู่ 2 เส้น ที่มีไฟ 12V นะครับ พอได้แล้ว อย่าเพิ่งตัดนะครับ พอเรารู้ว่าเส้นไหนมีไฟแล้วให้ ปิดสวิทซ์ ที่คอรถครับ ให้วิทยุเปิดไม่ได้ พอทำแล้ว ลองวัด2เส้นที่หาได้ครับ ว่า เส้นไหนยังมีไฟ และเส้นไหน ที่ ไม่มีไฟ   พอวัดเสร็จ จะมี1เส้นที่มีไฟนะครับ เส้นนั้นคือไฟจากแบทเตอรี่ครับ(ข้อสังเกตุเส้นที่ต่อจากแบทเตอรี่จะมีความพิเศษคือ เส้นจะใหญ่ที่สุดครับ) ส่วนอีกเส้นที่ไม่มีไฟ คือ ไฟจากสวิทซ์จากคอรถ ครับ เสร็จแล้วเราก็ตัด2เส้นนี้เลยครับเพื่อจะเอาไปต่อกับเครื่องเล่นตัวใหม่ พอตัดเสร็จแล้วให้เอา สก๊อตเทป พันปิดไว้ นะครับ จะได้ไม่ซ็อต ทั้ง2เส้นเลยนะครับ 

จากนั้น เราจะมาตามล่ากันต่อว่าเส้นไหน เป็นกราวด์ หรือไฟขั่วลบ นั่นเอง อันนี้ให้สังเกตุดูที่เส้นว่า มันต่อมาจากที่ไหน เพราะว่า สายไฟขั่วลบ ส่วนใหญ่ต่อมาจาก โครงรถ ครับ ก็ลองไล่ๆดูครับ  พอได้แล้ว ก็ตัดสก๊อตเทปพันไว้ เหมือนเดิมครับ 

พอเราได้สายไฟที่เป็นไฟเลี้ยงหมดแล้วต่อจากนี้คือสายลำโพงครับ ให้เราใช้มิเตอร์ ตั้งไปที่ 10k โอมม์ ครับ แล้วทำเหมือนเดิมกับ ที่หา สายไฟเลี้ยงครับแต่เปลี่ยนจากสายดำแตะโครงเหล็กของตัวรถเป็น นำสายสีแดงแตะที่ โครงรถแทน ครับแล้วนำสายสีดำ ไล่แตะกับ สายที่เหลือครับตอนนี้แหละครับสำคัญ เพราะว่า เราต้องฟังๆดีๆว่า เสียงออกมาจากลำโพงข้างไหน(ถ้าเราแตะโดนสายขั่วบวกของลำโพง ลำโพงจะมีเสียง แกร๊กๆ นั่นแสดงว่า เป็นขั่วบวกของลำโพงดอกนั่นครับ) พอเราได้ว่าเป็นลำโพง ดอกนี้แล้ว ให้ตัดสายนั้น แล้วพันไว้อย่าปน กันนะครับ จำสีไว้ด้วย หรือจะจดลงกระดาษไว้ก็ได้ครับ ว่า สีไหนเป็นลำโพงดอกไหน จากนั้น  เราจะรู้ได้ยังไงว่าขั่วลบ มันอันไหนมีวิธีการหาง่ายๆ ครับ คือมันจะเป็นเกลี่ยวติดกับสายขั่วบวกมาครับ 

จากนั้นพอเราได้สายลำโพงหมดแล้วแน่นอน ครับ มันจะสายไฟติดตัวเครื่องสายนั้น คือสายไฟ หลอดไฟของหน้าปัดวิทยุต่อกับสายไฟหน้ารถของเราครับ ให้ติดแล้วก็พันเก็บไว้ครับ(ส่วนมากไม่ได้ใช้ครับ)  

จากนั้น เราก็นำวิทยุเก่าออกแล้วนำวิทยุใหม่ใส่แทนต่อ สายไฟ ตามที่ คู่มือหรือเขียนกำกับไว้นะครับ



เพียงเท่านี้ เราก็สามารถเปลี่ยน วิทยุรถยนต์เอง ได้โดยไม่ต้องไปหาร้านให้เปลืองเงินเลยครับ ^^
26/5/255
(หากผอดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะครับ)

 

2 ความคิดเห็น:

  1. บทความต่อไป ผมว่าจะมาเสนอ เรื่อง การตีตู้แบบ ต่างๆ ครับ หรือ จะเอา การโมแอมป์ดีครับ แนะนำมาได้ครับ ผม ^^

    ตอบนำออก